ฮิเดโยชิ

ฮิเดโยชิ จอมทัพแห่งญี่ปุ่น (EP.1)

ย้อนกลับไปราว 480 ปีก่อน ในประเทศญี่ปุ่นได้ถือกำเนิดเด็กชายคนหนึ่งที่มีนามว่า โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (豊臣 秀吉) ซึ่งต่อมาเด็กชายคนนี้จะกลายเป็นผู้นำประเทศสูงสุดของญี่ปุ่นต่อไป

ในอดีตผู้นำทุกคนล้วนแล้วแต่เกิดมาจากครอบครัวซามูไรหรือขุนนางชั้นสูง แต่ทว่าฮิเดโยชิเกิดมาในตระกูลต้อยต่ำ ยากจน ไม่มีชาติตระกูลเหมือนคนอื่นๆ แล้วเค้าสามารถขึ้นมาปกครองประเทศญี่ปุ่นในฐานะขุนศึกและไดเมียวแห่งยุคเซ็นโงคุ (戦国時代) และได้รับการยกย่องให้เป็น “ผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่” ของญี่ปุ่นได้อย่างไร ติดตามไปพร้อมๆ กันเลยครับผม

กำเนิด “ฮิเดโยชิ”

ฮิเดโยชิเกิดในปี ค.ศ. 1536 เขาเกิดในครอบครัวชาวนาเล็กๆ ที่อยู่ในแคว้นโอวาริ (尾張国愛知郡中村郷) ในเขตนากามูระ เมืองนาโงยะ จังหวัดไอจิในปัจจุบัน โดยในวัยเด็กเขามีชื่อว่า ฮิโยชิมะรุ (日吉丸) และมีหน้าตาที่ค่อนข้างอัปลักษณ์คล้ายลิง พ่อของฮิเดโยชิมีชื่อว่า คิโนชิตะ ยาเอมง (木下弥右衛門) และแม่ชื่อว่า นากะ (仲) ด้วยปัญหาปากท้องของครอบครัว ยาเอมงจึงได้เข้าไปเป็นอะชิงะรุ (足軽) หรือชาวนาทหารของแคว้นโอวาริ แต่เคราะห์ร้ายได้เสียชีวิตลงในสงครามเมื่อปี ค.ศ. 1543 แม่จึงได้แต่งงานใหม่กับนายจิคุอะมิ (竹阿弥) ฮิโยชิมะรุมีความสัมพันธ์ไม่สู้ดีนักกับพ่อเลี้ยงของตน จึงถูกส่งให้ไปบวช ฮิเดโยชิเป็นคนไม่ชอบเรียนหนังสือแต่เป็นคนชอบพบปะเพื่อนฝูง นัดเจอพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ หลังจากที่เริ่มโตแล้ว ฮิเดโยชิจึงได้สึกออกมา และตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปผจญภัยเสี่ยงโชค โดยใช้ชื่อว่า “คิโนชิตะ โทคิจิโร่ (木下 藤吉郎)” โดยมุ่งหน้าไปที่แคว้นโทโทมิ (遠江国) เพื่อขอเป็นข้ารับใช้ มัตสึชิตะ ยูกิสึนะ (松下之綱) ซึ่งเป็นขุนพลรับใช้ของตระกูลอิมะงาวะ (今川家) ผู้ปกครองแคว้นซุรุงะ ด้วยความโดดเด่นทางความสามารถของตัวเองจึงถูกกลั่นแกล้งและถูกขับไล่ออกจากสังกัด หลังจากนั้นฮิเดโยชิได้ไปเข้าร่วมกับตระกูลโอดะ (織田家) แห่งโอวาริ และได้พบเจอกับนายน้อยคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “โอดะ โนบุนางะ (織田 信長)” ซึ่งเป็นคนที่พิลึก ฮิเดโยชิจึงเกิดความสนใจและอยากเข้าไปเป็นข้ารับใช้ในสังกัดของโนบุนางะ โดยมีหน้าที่เริ่มแรกเป็นผู้ดูแลรองเท้าของโนบุนางะ

ในช่วงเวลานั้นเอง ฮิเดโยชิได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับพรรคฮาจิสุกะ (蜂須賀氏) ซึ่งทำหน้าที่ในการหาข่าว การสืบราชการลับต่างๆ หลังจากที่ฮิเดโยชิได้เข้าร่วมกับโนบุนางะและได้สร้างความประทับใจให้โนบุนางะไว้มากมาย โนบุนางะจึงเลื่อนขั้นฮิเดโยชิ จนมาถึงการเลื่อนขั้นครั้งสำคัญ โนบุนางะต้องการจะซ่อมแซมกำแพงประสาทคิโยสุ (清洲城) ให้มั่นคงมากขึ้นแต่..เวลาผ่านมานานก็ยังก่อสร้างไม่เสร็จจนโนบุนางะมอบหมายงานให้กับฮิเดโยชิ

ฮิเดโยชิได้พบสาเหตุของปัญหาว่าเป็นเพราะคนงานขาดกำลังใจ กำแพงจึงสร้างเสร็จช้า ฮิเดโยชิจึงตัดสินใจนำเงินที่ได้มาซื้ออาหารและสุรามาเลี้ยงคนงานและก็ปลุกกำลังใจคนงานให้ฮึกเหิมจนสามารถสร้างปราสาทเสร็จได้ภายใน 3 วัน

ประสาทคิโยสุ
ประสาทคิโยสุ
ประสาทคิโยสุ (清洲城) แห่งเมืองคิโยสุ จังหวัดไอจิ ปัจจุบัน

การศึกที่แม่น้ำสุโนมาตะ (墨俣川の戦い)

ในศึกครั้งนี้ตระกูลโอดะได้เปิดฉากบุกตระกูลไซโต (斎藤家) แห่งแคว้นมิโนะ (美濃国) ที่แม่น้ำสุโนมาตะ (ปัจุบันคือแม่น้ำนางาระ) ซึ่งในเวลานั้นมีไซโต ทัตสึโอกิ (斎藤 龍興) เป็นผู้นำ ตระกูลโอดะพยายามจะบุกเข้าปราสาทกิฟุหรือปราสาทอินาบะยามะ (岐阜城又は稲葉山城) ที่อยู่บนยอดเขาอินาบะ ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการปกครองของตระกูลไซโตแห่งแคว้นมิโนะ แต่ก็ไม่สำเร็จหลายครั้ง โนบุนางะจึงสั่งการให้สร้างปราสาทขนาดเล็กขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำสุโนมาตะ (墨俣川) ภายใต้ขุนพลอาวุโสในตระกูลเป็นผู้บัญชาการในการสร้างปราสาท แต่แล้วเมื่อเริ่มสร้างกลับถูกทหารของมิโนะระดมยิงธนูเข้าใส่จนไม่สามารถสร้างได้

อนุสาวรีย์แห่งการสู้รบที่แม่น้ำสุโนมาตะ
อนุสาวรีย์แห่งการสู้รบที่แม่น้ำสุโนมาตะ (เมืองโองากิ จังหวัดกิฟุ)
ปราสาทกิฟุหรือปราสาทอินาบะยามะ
แผนผังชัยภูมิที่ตั้งปราสาทกิฟุหรือปราสาทอินาบะยามะ (岐阜城又は稲葉山城)
ปราสาทกิฟุ
ปราสาทกิฟุ (岐阜城)
ปราสาทกิฟุ
ภาพถ่ายมุมสูงของบริเวณรอบปราสาทกิฟุ (岐阜城) ในปัจจุบัน

ฮิเดโยชิจึงเสนอตัวในการรับผิดชอบสร้างปราสาทแห่งนี้ โดยที่ตัวเองรู้จักกับผู้นำของพรรคฮาจิสุกะ (蜂須賀氏) ก่อนหน้านี้แล้ว จึงไปเจรจากับพรรคฮาจิสุกะให้มาช่วยเนื่องจากพรรคฮาจิสุกะเป็นพวกคนเถื่อนที่อยู่ตามชายแดนโอวาริและมิโนะ เมื่อเจรจาสำเร็จแล้ว ฮิเดโยชิจึงส่งข่าวลวงเข้าไปในแคว้นมิโนะว่ากองทัพใหญ่ของตระกูลโอดะจะบุกโจมตีแคว้นมิโนะอย่างเต็มกำลัง ภายในแคว้นมิโนก็ระส่ำระสายมุ่งความสนใจไปที่การเตรียมรับมือกองทัพของตระกูลโอดะ ทำให้การเฝ้าระวังแทบริมแม่น้ำสุโนมาตะเบาบางลง และเมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ฮิเดโยชิก็เริ่มขนไม้มาทางน้ำเรื่อยๆ จนมาถึงสุโนมาตะและใช้เวลาสร้างปราสาทไม้ขนาดเล็กขึ้นแล้วเสร็จภายในเพียงแค่ 1 คืนเท่านั้น!! ที่มีชื่อเรียกว่า “ปราสาทสุโนมาตะคืนเดียว (墨俣一夜城)”

ปราสาทสุโนมาตะ
ปราสาทสุโนมาตะคืนเดียว (墨俣一夜城) เมืองโองากิ จังหวัดกิฟุ

ส่งผลให้ผู้คนในแคว้นมิโนะตกใจและเสียขวัญกำลังใจอย่างมาก โนบุนางะจึงได้สั่งการบุกพิชิตแคว้นมิโนะ แต่ชัยภูมิที่ปราสาทอินาบะยามะตั้งอยู่นั้นเข้าตีได้ยาก ฮิเดโยชิเลยอาศัยความรู้ของตัวเองเรื่องการข่าว สืบหาว่ามีทางลัดไหนที่จะเข้าถึงตัวปราสาทได้เร็วที่สุด หลังจากที่ฮิเดโยชิรู้ถึงเส้นทางลัดขึ้นสู้ยอดเขา แล้วจึงนำพาทหารคนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ปีนข้ามภูเขาอินาบะในตอนกลางคืน ซึ่งภูเขาอินาบะนี้เป็นภูเขาที่มีความสูงชันมากเสี่ยงอันตรายจึงไม่มีทหารของแคว้นมิโนะมาเฝ้าระวัง และด้วยเหตุนี้รวมกับกลยุทธ์การโจมตีของโนบุนางะ ทำให้ทัพของโนบุนางะได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็วและสามารถเข้ายึดปราสาทได้ในปี ค.ศ. 1567 ซึ่งถือเป็นการสร้างผลงานชิ้นแรกของเขา ฮิเดโยชิจึงได้ปราสาทไม้ที่ตัวเองสร้างมาเป็นรางวัล และยังได้ชื่อใหม่อีกว่า “ฮาชิบะ ฮิเดโยชิ (羽柴秀吉)” โดยชื่อสกุลใหม่นำมาจากขุนพลเอกของโนบุนางะสองคน ได้แก่ นิวะ นางาฮิเดะ (丹羽長秀) และชิบาตะ คัตสึอิเอะ (柴田勝家)  นอกจากนี้ ฮิเดโยชิก็ได้รับฉายาว่า “ลิง” จากโอดะ โนบุนางะ ด้วยหน้าตาของฮิเดโยชิที่คล้ายกับลิง

ฮิเดโยชิ

การสร้างผลงานครั้งใหญ่ของฮิเดโยชิ

ต่อมาตระกูลโอดะได้เปิดศึกกับตระกูลอาซากุระ (朝倉家) ที่ปกครองแคว้นเอจิเซ็น (越前国) ส่งผลให้โชกุนโยชิอากิ อาชิคางะ (足利義昭) ไม่พอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าโชกุนโยชิอากิตอนที่หนีตายอยู่นั้นได้ไปพึ่งพิงกับตระกูลอาซากุระ เพื่อเป็นการตอบโต้โนบุนางะนั้น โชกุนโยชิอากิจึงส่งสารไปให้ตระกูลอาซาอิ (浅井家) เพื่อช่วยตระกูลอาซากุระต่อต้านโนบุนางะ โดยผลที่ต่อสู้กันระหว่างตระกูลอาซาอิ อาซากุระกับโนบุนางะนั้นที่เกิดขึ้นที่เขาคะเนะงาซากิ (金ヶ崎の戦い) โนบุนางะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ฮิเดโยชิจึงขออาสาเป็นทัพหลังเพื่อให้เจ้านายได้กลับปราสาทอย่างปลอดภัย ศึกครั้งนี้ฮิเดโยชิทุ่มสุดกำลัง ส่วนตัวฮิเดโยชิเองก็รอดตายกลับไปได้อย่างหวุดหวิด ทำให้ขุนพลในตระกูลโอดะต่างก็ให้การยอมรับและศรัทธาในตัวฮิเดโยชิมากขึ้นไปอีก

อนุสาวรีย์เขาคะเนะงาซากิ
อนุสาวรีย์สนามรบเก่าแก่ของการต่อสู้ที่เขาคะเนะงาซากิ (金ヶ崎の戦い) อันเป็นที่ตั้งของปราสาทคะเนะงาซากิ (金ヶ崎城)
ศาลเจ้าคะเนะงาซากิ
ศาลเจ้าคะเนะงาซากิ (金崎宮) ที่เชิงซากของปราสาทคะเนะงาซากิ
ด้วยการล่มสลายของปราสาทในการต่อสู้ระหว่างอาชิคางะ (足利氏) และโยชิซะดะ นิตตะ (新田義貞)

เพื่อนๆ ติดตามฮิเดโยชิจอมทัพแห่งญี่ปุ่นได้ใหม่ใน EP.2 นะครับ วันนี้ขอตัวลาไปก่อนนะคร้าบบ

ขอบคุณภาพจาก : https://samurai-world.com , https://ja.wikipedia.org , https://ja.wikipedia.org , https://www.japanvisitor.com , https://samurai-world.com , https://www.gifucvb.or.jp , https://ja.wikipedia.org , http://blog.eotona.com